เมื่อคืนหลับแบบลืมโลก เข้าห้องปุ๊ปโยนทุกอย่างออกจากตัว ล้มตัวลงนอน สงบคาเตียงเลย ตื่นมาปวดหัวนิดหน่อยสงสัยเพลียแดดจากเมื่อวาน

DSC_4630

ที่พักของเราชื่อ kyoto-ya hotel อยู่ใกล้ถนนใหญ่ และ มีรถไฟผ่าน มีออนเซ็นด้วยนะเธอ ที่โรงแรมมีบริการรถรับส่งที่สถานที่ท่องเที่ยวในเมือง แต่ต้องบอกทางโรงแรมล่วงหน้า (ส่งอย่างเดียวไม่รับกลับนะคะ)

อาหารเช้านี้เป็นเซ็ทอาหารญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมไข่ออนเซ็น และ นัตโตะ (ถั่วหมักแบบญี่ปุ่น เป็นอาหารแนะนำของที่นี่ มีกลิ่นนิดหน่อยไม่เหม็นมาก มียางหนึบๆ เหมือนใส่ชีสแต่เปล่า ถั่วล้วนๆ รสชาติคล้ายๆถั่วเขียวต้มนิดๆ คนๆให้เข้ากันราดซอส มัสตาส และ โชยุ ตามชอบ โป๊ะลงไปบนข้าวสวยร้อนๆ ตักเข้าปาก โอ้วววว!!! สุโค่ย กินไป 2 คำ อร่อยดี แต่กินหมดไม่ไหวมันหนึบๆ เค้าบอกว่ากิน ยูกิกับซุมิซังบอกว่า คุณได้มาถึงญี่ปุ่นแล้ว 555)

DSC_4615  IMG_6928

หลังทานอาหารเสร็จแอบไปเดินสำรวจรอบๆโรงแรมมาเค้าบอกแถวนี้มีออนเซ็นขนาดใหญ่ให้ไปแช่ด้วย เจอคนญี่ปุ่นกำลังขุดเจาะถนนอย่างขมักเม้น อ้าวๆๆๆเห้ยมีน้องมินิคูเปอร์ด้วยเว้ยเห้ย น่ารักน่าชังเชียว หูสีแดงเด่นมาแต่ไกล

DSC_4619

DSC_4621

เจ้าหนูบอกหน่อยว่าหนังหน้าแบบพี่เนี๊ยะ คิดว่าอายุเท่าไหร่  ” 23 ฮับ” แอร๊ยๆๆๆๆ จริงหรา มามะมาจุบทีนึง (ป่าวหรอกน้องไม่ได้พูด มโนล้วนๆ 555)

DSC_4633

กลับมาที่โรงแรมรอรถออกรอบ 8.50 น. โดยที่แรกที่เราจะไปในวันนี้คือ Ramon Gate at Takeo onsen แหล่งออนเซ็นในตำนาน เค้าบอกว่าการสร้างตึกนี้ตอนแรกกะจะสร้าง 3 ตึก แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด จึงสร้างได้ไม่ครบ ตึกสีแดงโดดเด่นยืนอยู่ที่ไหนก็เห็น บนเพดานมีสัญลักษณ์ฮวงจุ้ยที่บอกทิศ เช่นอันนี้เป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจ

DSC_4642 DSC_4662 DSC_4645

จากนั้นแวะชมห้องแช่ออนเซ็นชั้น 1 เป็นอ่างขนาดใหญ่ต้องลงไปข้างล่าง ในสมัยโบราณคนญี่ปุ่นเค้าจะยืนแช่น้ำไม่ได้นั่ง พอแช่เสร็จก็ขึ้นไปชั้น2 ไปนอนพักตากอากาศให้ผ่อนคลาย สบายอุรา

DSC_4657 DSC_4660

“ร้านอะไรอ่ะ” เฮ้ย!!! เราได้ใส่กิโมโนด้วยเว้ยเห้ย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ใส่ มาทุกครั้งนี่เดินเที่ยวอย่างเดียวเลยไม่มีโอกาสได้ใส่ โดยชุดที่เราใส่เป็นชุดยูกาตะ (Yukata) เนื้อผ้าจะบางกว่าชุดกิโมโน เนื่องจากคนญี่ปุ่นนิยมใส่ในหน้าร้อน กว่าจะใส่ได้นี่กระบวนการหลายขั้นตอนมาก อุปกรณ์เยอะมาก รัดแน่นพุง เอาค่ะๆ รัดแน่นๆจะได้ผอมๆ ยูกิบอกว่า ตรงปลายจะมีที่ใส่ของคนญี่ปุ่นเวลาใส่ชุดนี้ก็จะเก็บของไว้ด้านใน เผื่อขี้เกียจแบกกระเป๋าไปด้วย

เมื่อเด็กดอยใส่ชุดกิโมโน

DSC_4667 DSC_4670

เสร็จแล้ว รอทำผมรับปริญญา เค้ามีให้เลือกทรงผมอยู่ 2 แบบ คือแบบยกสูง กับ แบบต่ำ เราเลือกแบบต่ำ เพราะกลัวว่ายกสูงแล้วจะเปิดเหม่งมากไปไม่ดีแน่ๆ 555

เราสามคนพร้อมแล้วที่จะไปลุยแล้ว เราต้องเดินแบบกุลสตรี ก้าวทีละนิดๆ ยกมือขวาโบกสะบัดราวดั่งนางงามจักรวาล บนถนนที่แทบจะไม่มีคนเดินมีแต่พวกเรา เรา และเรา DSC_4685

เดินมานิดนึงก็ถึงศาลเจ้ายูโตกุ เดินชมรอบๆ ราวกับว่าเป็นคนญี่ปุ่น ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ(Yutoku Inari Shrine) สร้างขึ้นในปี 1688 เป็นศาลเจ้านิกายชินโต ประจำตระกูลนาเบะชิมะ(Nabeshima clan) ผู้ปกครองเมืองซากะ ในสมัยเอโดะ

DSC_4707 DSC_4703 DSC_4697

ที่นี่นับว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ยามที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง และ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ส่วนหน้าศาลเจ้าก็ยังมีสะพานสีแดงคู่กับแม่น้ำสายเล็กๆเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามเลยทีเดียว

DSC_4713 DSC_4717

DSC_4724 DSC_4732

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนต่างนิยมไปสักการะขอพรเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยว ความสำเร็จด้านธุรกิจ และความปลอดภัย

ไปกันต่อที่ อุทยานประวัติศาสตร์โยชิโนการิ(Yoshinogari Historical Park) ที่นี่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์มาก เพราะมีมาตั้งแต่ยุคยาโยอิ(Yayoi) เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับโลกเพื่อให้เข้าใจวิถีชีวิตของผู้คนยุคโบราณของญี่ปุ่น มีโมกิเป็นกำแพงคล้ายดินสอ ตรงประตูด้านบนมีรูปนกเกาะอยู่ แสดงถึงในกรณีที่ฤดูเปลี่ยนนกจะมาจับที่นี่ โดยคว้าหมวกคนละไปก่อนออกเดินทาง เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน

DSC_4816

DSC_4786 DSC_4788 DSC_4787

ที่นี่เป็นหมู่บ้านของผู้นำมีบ้านประมาณ 22 หลัง แต่ละหลังอยู่กันประมาณ 7 คน หมู่บ้านแห่งนี้อายุยืนยาว 2,000 ปี บริเวณรอบๆ มีที่ทำหน้าที่ปลูกข้าว ปลูกผัก เพื่อส่งส่วยมาให้หมู่บ้านผู้นำ หน้าหนาวที่นี้หิมะตกแล้วสวยอย่าบอกใคร (เค้าว่าอย่างนั้น)

DSC_4790 DSC_4798 DSC_4799 DSC_4794

เดินๆอยู่นี่นึกว่าเดินอยู่กรุงเทพอากาศร้อน ฝ้าขึ้นแน่นอนไม่ต้องถามหาแต่วิวสวย “ยอม”

วิวจากบนหอคอยชั้น 2 ที่สามารถชมวิวได้โดยรอบ

DSC_4812 DSC_4810

แวะ Former Nagasaki Highway มาชิมชาแบบดั้งเดิม และ ขนมอาสะซะกุ สีชมพูปั้นมือที่ทำจากถั่วใช้วัตถุช้ันดีในการทำถือว่าเป็นบุญปากอย่างมาก โดยการชงชาต้องรอเวลา 1.30นาที แล้วชิม รอบสองใช้แค่30 วิเองอ่ะ เราไม่เข้าใจเหมือนกันเพราะกินไป 3 ก็ไม่ต่างกันมากเท่ไหร่

DSC_4819

DSC_4822 DSC_4837 DSC_4839 DSC_4841

เข้าที่พัก Washington Hotel

DSC_4844

ส่วนอาหารมื้อเย็นนี่ไม่ต้องพูดถึงอร่อยทุกมื้อตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย แต่รอบนี้พิเศษได้ชิมเหล้าผสมเลมอนด้วย อร่อยดีชอบ ที่ร้าน Sumitora restaurant กินแหลก แดกตลอดทริปเลยก็ว่าได้

DSC_4857 DSC_4865 DSC_4858

วิสกี้ผสมเลมอน รสชาติดี ใช้ได้

DSC_4867

เอ้า Cheer

DSC_4871 DSC_4874

ต่อด้วยการชมแสงไฟ SAGA Night of light การแสดงเริ่ม 2 ทุ่ม นิดๆ โดยเป็นการฉายแสงบนกระจก แปลกดี สวย น่าดู ฟรีมิเสียตังแต่อย่างใด ซึ่งฉันก็ลืมเอาขาตั้งกล้องมาเช่นเคย เพลียกับตัวเองมาก เฮ้อ!!! ภาพก็เป็นอย่างที่เห็น

DSC_4884 DSC_4910 DSC_4920 DSC_4950

ก่อนกลับปิดท้ายด้วยไอศครีมเจ้าอร่อยที่ร้านด้านบนตึกเลย ฟินมาก นมเข้มข้น อั้ม โอ๊ววว!!ในราคา 500 เยน

DSC_4953 DSC_4955

แถมไอติมยี่ห้อนี้ก็เป็นของกินแนะนำที่นี่เช่นกัน ตามไปฟินกันได้

DSC_4963

จบทริปอีกวันที่กินอิ่มตลอดวัน และ เที่ยวมันตลอดทริป เราเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดว่าซากะไม่น่ามีอะไรเที่ยว เป็นเมืองเล็กๆ แต่พอได้มาสัมผัสแล้วรูสึกว่าที่นี่มีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะ 3 วันสำหรับที่นี่มันไม่พอด้วยซ้ำ เมืองเล็กๆแห่งนี้เราเชื่อว่าถ้าคุณได้มา คุณจะต้องชอบเหมือนที่เราชอบเช่นกัน

“ไปเที่ยวซากะกันเถอะ”

ความเดิมตอนที่ 1

http://atravelerblog.com/saga-travel-story-ตอนที่-1-karatsu-วิวอย่างปัง/

ความเดิมตอนที่ 2

http://atravelerblog.com/saga-travel-story-ตอนที่-2-imari-arita-takeo-kyotoya/

ตอนนี้ทาง SAGA มีเล่นเกมชิงตั๋วเครื่องบินไป-กลับ SAGA 2 ที่นั่ง ตอบคำถามง่ายๆ คลิ๊กเล่นเกมเลย!!! ตั๋วฟรีนะ

http://www.asobo-saga.jp/th/campaign/index.html

ไปคุยกันนะ

Facebook: https://www.facebook.com/atravelerblog/ 

IG: A_Traveler_Blog

Twitter: A Traveler Blog

IMG_7634