ความเดิมตอนที่แล้ว

http://atravelerblog.com/saga-travel-story-ตอนที่-1-karatsu-วิวอย่างปัง/

ตื่นมาตอนเช้าแบบมึนๆ เนื่องจากเมื่อคืนนอนตี 2 กว่าๆ มัวแต่ไปออนเซ็นเกือบจะหลับคาบ่อ กลับถึงห้องมัวแต่ทำนู่นนั่นนี่ เหลือบดูนาฬิกาอีกที เชี่ย!!!ตี2 กว่า ต้องบอกว่าที่พักที่โรงแรม Forest inn imari เตียงนุ่มมาก หลับสบายจิงจัง

DSC_4222

เสียงนาฬิกาปลุกดังตอน 6.30 oน. สลึมสลือตื่นอาบน้ำ เตรียมออกเดินทางไปยังเป้าหมายใหม่ “นี่ถ้าไปทำงานคงยังไม่ตื่นสินะ” มาเที่ยวนอนดึกตื่นเช้า ไปทำงานนี่นอนดึก ตื่นสาย เผลอๆไม่อยากตื่นด้วยซ้ำ

อาหารเช้าของเราวันนี้เป็นเช็ตข้าวเสริมพร้อมปลาซาบะย่าง พร้อมเครื่องเคียงแบบเต็มสตรีมมาก ข้าวนุ่ม หอม ปลาสด อร่อย ตามด้วยพุดดิ้งส้ม ฉันอิ่มมาก อิ่มจนอยากกลับขึ้นไปนอนอีกรอบ

แต่…ฉันนอนไม่ได้

ประเดิมที่แรกของวันด้วยย่านอาริตะ เป็นย่านทำเครื่องถ้วย ชามเซรามิกที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ระหว่างทางเดินไปไม่ค่อยเห็นคนเท่าไหร่นักเนื่องจากเป็นเมืองที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก ถ้าถามคนไทยส่วนใหญ่ว่าไปญี่ปุ่นจะเลือกไปที่ไหน หลายคนคงตอบว่า โตเกียว โอซาก้า ฮอกไกได ฟุกุโอกะ ถ้าชอบบรรยากาศแบบสงบๆ มาที่นี่แล้วคุณจะรัก

DSC_4224

DSC_4226นี่เป็นหมู่บ้าน “Okawachiyama” แม้แต่กำแพงก็ทำจากดินเผาและเครื่องใช้เซรามิกสวยงามไปตลอดทาง เมืองนี้ใช้ถ่ายละครเรื่อง “กลกิโมโน” ที่มีพี่เบิร์ด-ธงไชยและชมพู่แสดง อีกเรื่องคือ “Timeline-จดหมาย ความทรงจำ”

DSC_4285 DSC_4283 DSC_4289 DSC_4287

DSC_4297

เราได้ไปดูการทำเครื่องปั้นดินเผาของที่นี่ที่ “HATAMAN” แบ่งเป็น 3 ห้องด้วยกัน

DSC_4233

ห้องที่1 ห้องปั้น

DSC_4244 DSC_4239
ห้องที่2 วาดลวดลาย

DSC_4256 DSC_4250 DSC_4263 DSC_4262
ห้องที่ 3 ห้องโชว์

DSC_4272 DSC_4276 DSC_4273

เค้าใช้สมาธิกันอย่างมากต้องเดินย่องๆไป แอบถ่ายรูป กลัวโดนด่ามากเพราะไปรบกวนเค้า ฮี่ๆ

การเดินทาง: จากสถานีซะงะ ประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟ หรือจากสถานีคะระซึ 40นาที ลงที่ อิมาริ

ศาลเจ้าโทซาน(Tozan Shrine) มีเสาโทริอิที่สร้างมาจากเครื่องเคลือบดินเผาเช่นกันอยู่ติดกับรางรถไฟ คนที่นี่เค้าตื่นเต้นกันมากเวลารถไฟผ่าน ทำเราตื่นเต้นเลยแอบเก็บภาพบ้าง 555 ด้านบนของศาลเจ้ามีให้เสี่ยงเซียมซีด้วยนะ

DSC_4303 DSC_4305

DSC_4316

จุดนี้คือถ้าเสี่ยงเซียมซีแล้วได้ไม่ดี เอามาผูกทิ้งไว้ที่นี่ได้ เต็มเลย

DSC_4307

แต่เราไม่ได้เสี่ยงด้านบน เค้าบอกว่าด้านล่างก็มีเสี่ยงโชค เป็นเหรียญเก่าแก่ของญี่ปุ่นเสียบด้วยใบเสี่ยงดวง ราคา 200 เยน มีหรือเราจะพลาด เรื่องแบบนี้ ชีวิตอยู่กับดวง ขอให้โชคดีทีเถ๊อะ เพี้ยง!!!!

DSC_4320

แกะอ่านเนื้อความด้านในเป็นภาษาญี่ปุ่น 555 อ่านไม่ออก แปลก็ไม่ได้ แต่เค้าบอกว่า ดีมากเลยนะ ให้เก็บไว้ พร้อมเหรียญที่ได้ไปแล้วจะโชคดี ประมาณว่าจะประสบความสำเร็จ จะได้เจอแต่เรื่องดีๆ จำได้แค่นี้

DSC_4322

จากนั้นไปแวะร้านเครื่องปั้นดินเผาที่ไฮเอนนิดๆ ดูหรูหรามีระดับที่เราดูแล้วว่าต้องไม่เหมาะกับตรูแน่ๆ

DSC_4325 DSC_4326 DSC_4330DSC_4328

ต่อด้วยร้าน Gallery Arita ชมร้านเซรามิคอีกร้านร้านเกร๋ๆ น่ารักแบบ Cute cute มีรถมินิที่เพ้นท์ลวดลายหลากหลาย สีสันสดใสจอดอยู่หน้าร้าน ภายในตกแต่งด้วยเครื่องถ้วยชามเซรามิกเต็มร้าน

DSC_4383

DSC_4344 DSC_4375 DSC_4376

DSC_4388

เซ็ทเซรามิกคิตตี้มีขายที่นี่ที่เดียว

DSC_4386

เราแวะทานข้าวกลางวันที่นี่ สั่งเนื้อ saga steak ไป แบบว่า นุ่มละมุนลิ้นมาก เสิร์ฟ พร้อมเครื่องเคียงแบบเต็มสตรีม ฟินเฟร่อ!!! คนรักเนื้อไม่ควรพลาด ไม่พอตบท้ายด้วยพุดดิ้งงาดำ ชิมคำแรก อื้อหื้อ คนที่ญี่ปุ่นนี่ทำขนมอร่อยจริงจัง กินซะเกลี้ยงเลย อยากจิขอเบิ้ลแต่ไม่กล้า ร้านนี้มีไฮไลท์อยู่ที่ ถ้าเราสั่งชา หรือ กาแฟ แล้วเราสามารถเลือกถ้วยที่เราชอบมาใส่ได้ เริ่ดป่ะหล่ะ

DSC_4363 DSC_4372 DSC_4379

ลายที่เลือกพื้นๆมาก ชอบแบบเรียบๆ เรียบซะเกือบจะขาวไม่มีลายเลย

DSC_4380

ก่อนกลับก็แวะแชะภาพกับน้องคูเปอร์ซะหน่อย

DSC_4385

จากนั้นก็ไปอวดฝีไม้ลายมือการวาดรูปที่สั่งสมมาตั้งแต่อนุบาล จนโตเป็นวัยรุ่นเรามีโอกาสได้โชว์ก็คราวนี้แหละ แต่วาดไป หมึกเลอะไป ได้แค่นี้จริงๆ พยายามสุดความสามารถแล้ว แต่ด้วยฝีมือนี่ยังอ่อนหัดยิ่งนัก คงต้องกลับไปเรียนวาดรูปใหม่แล้วหล่ะ ดูสภาพแล้วเหมือนเด็กอนุบาลวาดมาก ราคาค่าวาดประมาณ 1,500 เยน ได้ 1 สี แต่ถ้าอยากได้หลากสีต้องจ่ายเงินเพิ่มนาจา เราเอาแค่สีเดียวพอ วาดเสร็จเค้าบริการจัดส่งถึงบ้านเราเลยประมาณ 1 เดือนได้รับของ

DSC_4414  DSC_4418 DSC_4419

แวะถ่ายรูปที่ สวนเครื่องเคลือบดินเผา(Porcelain Park and Zwinger Palace) เป็นธีมพาร์คขนาดย่อมของเมืองอาริตะ(Arita) ก่อสร้างด้วยธีมแบบพระราชวัง Zwinger ที่มีชื่อเสียงของเมือง dresden ประเทศเยอรมันนี ส่วนทางด้านหลังพระราชวังจะมีสวนสไตล์ยุโรปที่ได้วิวภูเขาที่สวยงาม แม้หญ้าจะแห้งไปนิดแต่ก็ยังสวยงามอยู่

DSC_4406

DSC_4394 DSC_4395 DSC_4403

จุดต่อไปเป็นศาลเจ้าทาเคโอะ มีต้นไม้อายุ 3,000 ปี ชื่อ ทาเคโอะ camphor สูงเด่นตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าไผ่

DSC_4423

DSC_4432 DSC_4433

ทาเคโอะ camphor อายุ 3,000 ปี

DSC_4438

วัตถุประสงค์หลักของการมาที่นี่เพื่อมาแวะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดลบันดาลให้ฝันเป็นจริง เค้ามีกระดิ่งเล็กๆห้อยกับเชือกมีให้เลือก 3สี คือ แดง = ความรัก, เหลือง=การงาน, ขาว=ความสงบ มั่นคง ราคา 200 เยน ตอนซื้อไม่รู้ความหมายหรอกหยิบมั่วๆเลือกสีแดงแรงฤทธิ์มาจ้าาาาา นี่ชั้นเลือกเรื่องความรักหรือนี่ ขอให้เจอชายในฝัน ขอให้เค้ารัก ขอให้เค้าหลง หลงแบบงัวหัวไม่ขึ้นทีเถ๊อะ เพี๊ยง!!!!!!!!!!!! (เสียงสูง) เมื่ออธิฐานเสร็จแล้วก็เอาไปผูกกับเชือก ทำตามที่ป้ายบอกไว้เลย ยูกิซังเป็นคนที่นี่บอกเราว่า มีคนมาขอเรื่องเนื้อคู่ 2 สัปดาห์เจอเลยใครอยากมาขอคู่เชิญที่นี่ได้ เพี๊ยงงงงง (แรงๆ ดังๆ ให้เทพเจ้าได้ยิน)

DSC_4422 DSC_4447

ปิดท้ายทริปของวันที่ทาเคโอะ ซิตี้ ไลบาร์ลี่ ห้องสมุดขนาดใหญ่ของเมือง ฉันว่าฉันเคยเห็นที่ใหญ่สุดคงเป็น คิโนะคุนิยะ บ้านเรา แต่นี่กว้างมาก หนังสือแน่น อีกอย่างมีร้านสตาบัคอยู่ด้านในให้ได้จิบกาแฟเบาๆ อ่านหนังสือเพลินๆได้ มีทั้งหมด 2 ชั้น

DSC_4496 DSC_4493

บรรยากาศภายในห้องสมุด

DSC_4449 DSC_4480 DSC_4458

เราชอบชั้น 2 ของห้องสมุด มองลงมาด้านล่างแล้วสวยดี เห็นถึงความใหญ่

DSC_4481 DSC_4486

ขนาดคุณลุงยังมาหาหนังสืออ่าน แสดงว่าคนที่นี่เค้ารักการอ่านจริงจัง

DSC_4482

ใกล้ทางเข้าด้านขวาเป็นร้านขายซีดี ห้องถัดมาเป็นห้องพิพิธภัณฑ์

DSC_4459 DSC_4466 DSC_4470 DSC_4478

จากนั้นแวะเข้าที่พักที่ Kyoto-ya พักผ่อนตามอัธยาศัย มีนัดอีกทีตอน 18.30 น. ดินเน้อกัน กินอีกแล้ว รู้สึกว่ามื้อเที่ยงที่กินไปยังไม่ย่อยเลย แต่ถามว่าสู้มั้ยเรื่องกินขอให้บอกสู้ตาย!! เจ้าของโรงแรมมาแสดงโชว์ให้ดูด้วย เป็นเกียรติต่ออิชั้นอย่างนิ่ง ขอบพระคุณมากๆค่ะ

DSC_4506 DSC_4507

ห้องพักเป็นแบบญี่ปุ่นมาก คือเปิดมามีโต๊ะนั่งวางกลางห้อง คือไม่มีที่นอน อิชั้นเปิดตู้ทุกห้อง ที่นอนมีไหนฟร่ะ เอ๊ะหรือเค้าให้นอนในตู้เหมือนในหนังโดเรม่อน หาไม่เจอ จนต้องถามพนักงาน ได้ความว่าเดี๋ยวค่ำๆ เค้าจะมาปูให้เป็นที่นอนแบบนอนราบกับพื้น โล่งใจหน่อย ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อเลยตรู

DSC_4523

DSC_4524

มื้อเย็นเป็นชาบู พร้อมเครื่องเคียง อิ่มพุงกางตามเคย

DSC_4536

DSC_4532

จากนั้นไปชมแสงสีเสียงที่ มิฟุเนะยามะ ตื่นตาตื่นใจกับไฟอลังการ มีเพลงคลอให้เคลิ้มแบบแจแปนสไตล์ ระหว่างทางเดินประดับประดาไปด้วยแสงไฟที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ ”

DSC_4555 DSC_4553

“ฉันพลาด” อุตส่าห์แบกขาตั้งกล้องที่หนักตั้ง 1.5 กิโลมาจากเมืองไทย แต่ดันลืมแบกมาถ่ายการแสดงแสดงไฟที่นี่ แล้วจะแบกมาเพื่อ!!! คิดแล้วก็หงุดหงิดตัวเอง ทำไมโง่ยังงี้ ภาพที่ได้ก็เป็นเช่นนี้แล ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง

DSC_4564 DSC_4568

ปิดท้ายด้วยน้ำแข็งใสด้านบนที่กินแล้วต้องบอกว่าสุโค่ย เพราะเดินมาเหนื่อย คนที่นี่เค้าไอเดียดีนะ ถ้ายูอยากกินน้ำแข็งยูต้องเดินขึ้นมาด้านบนนะ จบทริปได้แบบอิ่มวิว และ อิ่มท้องมาก

DSC_4592

ตอนนี้ทาง SAGA มีเล่นเกมชิงตั๋วเครื่องบินไป-กลับ SAGA 2 ที่นั่ง ตอบคำถามง่ายๆ คลิ๊กเล่นเกมเลย!!! ตั๋วฟรีนะ

http://www.asobo-saga.jp/th/campaign/index.html

ไปคุยกันนะ

Facebook: https://www.facebook.com/atravelerblog/ 

IG: A_Traveler_Blog

Twitter: A Traveler Blog

IMG_7624

Advertisements