ครั้งนี้เรามาผ่านร้อนผ่านหนาว ณ เกาะคิวชู (Kyushu) ประเทศญี่ปุ่น

Flight เดินทางจาก กรุงเทพ – ฟุกุโอกะ เวลา 02.15 น. ของสายการบิน Jetstar ราตรีนี้มันช่างยาวนาน ตาจิปิดแล้ว หลับๆตื่นๆอยู่หลายรอบที่สนามบินเพื่อรอขึ้นเครื่อง

14102700_655898054561281_2865711341502682850_n

Pocket wifi ใช้บริการของ Samurai wifi รับได้ที่สนามบินใกล้กับแอร์พอร์ตลิ้ง จะมีบูธอยู่ปิดถึงเที่ยงคืน สามารถนัดเวลามารับได้เลย วันละ 200 บาท ไม่ต้องวางเงินมัดจำ ต่อได้ 3-4 เครื่องสะดวก สัญญาณโอเค แบตอยู่นานเป็นวันๆ (มิได้ค่าโมษณาแต่อย่างใด)

DSC_4111

DSC_4128คั่นด้วยรูป 555

เมื่อเจ้าหน้าที่นี่เรียกขึ้นเครื่องนี่แทบไม่อยากจะลุกออกจากเก้าอี้ เอาวะไปหลับต่อบนเครื่องละกัน ช่างเป็นโชคดีของอิชั้นยิ่งนัก เพราะแทบจะไม่ได้หลับเลยก็ว่าได้ เนื่องจากแถวหลังเป็นเด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ ซึ่งร้องเกือบตลอดการเดินทาง อยากจะสวมบทแม่มดใจร้ายเอาแอปเปิ้ลอาบยาพิษยัดปากเพราะง่วงมาก แต่ด้วยที่นึกว่าตัวเองเพิ่งได้มงกุฏนางงามจักรวาลมาเลยกลั้นใจยุบหนอ พองหนอ ฝืนหลับๆตื่นๆ พร้อมกับเสียงแง๊ๆๆ ที่ดังมาเป็นระลอกๆในโสตประสาท

เวลา 9.45 น. เครื่องก็ลงจอดที่สนามบินฟุกุโอกะโดยสวัสดิภาพ แต่รู้สึกว่าตัวเองร่างกายไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่เนื่องจากนอนไม่ค่อยหลับ รับกระเป๋าเดินทาง เมื่อถึงที่หมายสิ่งที่ต้องทำคือ สนุกกับมันให้เต็มที่ ลุยค่ะ!!!

ออกเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะมายังซากะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงก็เกือบๆเที่ยงลูกในท้องต่างสงเสียงคำรามด้วยความหิว โอ๊กอ๊ากๆ ไส้จะขาดรอนๆ เลยแวะทานข้าวก่อนที่ร้านริมทะเลร้านนี้

DSC_3935 DSC_3939 DSC_3964

กินข้าวพร้อมชมวิวทะเลไป คือไม่คิดว่าเป็นญี่ปุ่น เพราะมันไม่วุ่นวายมาก วิวดีจุง

DSC_3923 DSC_3927 DSC_3928

บรรยากาศภายในร้าน

DSC_3931 DSC_3941 DSC_3933  DSC_3943

เมนูที่สั่งมาแต่ละอย่างนี่โอ้มายคอมบุทั้งนั้น เมนูแรกเป็นปลาหมึกสดๆซาซิมิ หั่นชิ้นเล็กๆ จิ้มซอสญี่ปุ่น (fresh sliced squid) ซึ่งเราเป็นคนไม่กินปลาดิบ แต่ไหนมาแล้วก็ต้องลองกินซะหน่อยประกอบกับความหิว แต่เนื้อปลาหมึก กรุบๆ ไม่คาว หวาน หร่อยจังฮู้ นี่ขนาดไม่กินปลาดิบ อิชั้นก็จัดไปเต็มๆ 1 ตัว ส่วนหัวปลาหมึกทางร้านเค้ามี 2 เมนูให้เลือกคือ ทำเป็นเทมปุระ หรือ ย่างเกลือ ซึ่งอร่อยมากชอบมากกกกกกกกทั้ง 2 แบบ หอม กรอบ อร่อยสุโค่ย!!!DSC_3946

DSC_3949

เครื่องเคียงก็แน่น

DSC_3953

ชุปอร่อยดีจำชื่อไม่ได้มีวุ้นใสๆข้างในดั๊วะ

DSC_3948

เมนูอาหารยังคงเสริฟอย่างต่อเนื่อง ตามด้วย ปลาหมึกนึ่งยัดใส้ไข่แจแปนสไตล์ เหนียวนิดๆ DSC_3951     DSC_3955

เมนูนี้คือปลากหมึกเทมปุระ อร่อยมากกกกกกกก กินกับชาเขียวคลุกเกลือDSC_3957 DSC_3958

หรือจะทำเป็นปลาหมึกย่างเกลือ คือปลาหมึกมันสดมาก นี่ยังน้ำลายไหล เพ้อหาอยู่เลย DSC_3959

ตบท้ายด้วยของหวานเป็นเต้าหู้นมราดด้วยเจลลี่บ๊วยกับถั่วแดงที่แสนอร่อย DSC_3962

จากที่พูดๆมานี่คืออาหารบนโต๊ะที่เรากินกัน ยังมาไม่หมดนะฮะ ยังไม่หมด!!! ให้ตายเหอะโรบิ้น กลับไปค่อยลดน้ำหนักละกัน มือคีบตะเกียบจ้วงเข้าปากต่อไป

DSC_3954

พวกเราเดินทางต่อไปยังไฮไลท์แห่งที่สอง Suginohara Grazing Farm เป็นฟาร์มปศุสัตว์ และ ทุ่งหญ้าริมทะเล เราชอบที่นี่มากอารมณ์เหมือนอยู่นิวซีแลนด์ บวก กับเกาะเจชู เป็นคิวชูซะงั้น แม้ว่าจะเป็นหน้าร้อนที่เดินไปแล้วเหงื่อไหลกระซิกๆ นิดหน่อย แต่พอเห็นวิวงามๆ มีลมโกรกมาเป็นระลอกๆ ก็รู้สึกว่ามันไม่ร้อนเท่าไหร่ (งานมโนก็มา)

DSC_3966  DSC_3971 DSC_3972 DSC_3974

ทริปนี้มากับน้องปอ เพจ “ไปไงมาไง” ด้วยน้องทั้งสองน่ารักพาไปกินของอร่อยๆเยอะเลย  DSC_3990  DSC_3997

เอาตรงๆ “ชอบที่นี่” เป็น Must list ที่ควรมา  DSC_4023  DSC_4029 DSC_4030

แล้วก็มาโผล่แหลมฮะโดะ (Hado peninsula) ที่ตั้งอยู่ริมทะเลเก็งไค ทะเลสีฟ้าเข้มตัดกับท้องฟ้าและทุ่งหญ้าสีเขียวอมเหลือง ทำให้ที่นี่รู้รู้สึกว่าควรค่าแห่การมานั่งดูปลา มองฟ้าอยู่นะ

DSC_4031 DSC_4033 DSC_4034 DSC_4036 DSC_4038 DSC_4040 ที่นี่มีรูปปั้นหัวใจสีขาวเป็นจุดขาย เป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก ใครเคยไปเกาะเชจู เราว่าอารมณ์ประมาณนั้น สงบ เหมือนมาพักผ่อนจริงๆ

DSC_4068

แค่มีเธอเคียงข้างฉันก็ไม่อ้างว้างอีกต่อไป มีความอิจเบาๆ

DSC_4069

DSC_4075

ใกล้กันจะมีหอสังเกตการณ์สัตว์น้ำ(Underwater Observation Tower) สามารถชมวิวทะเลโดยรอบได้ และ ลงไปสัมผัสกับโลกใต้น้ำ ดูกุ้ง หอย ปู ปลาใต้ทะเล ดั่งอยู่ในอควาเรียมขนาดย่อม พี่ยุ่นเค้าไอเดียบรรเจิดจริง

ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็กประถม/มัธยม 270 เยน
เวลาเปิด-ปิด:  9:00-18:00 (เดือนตุลาคม-มีนาคม ปิด 17:00)

DSC_4045  DSC_4047 DSC_4051 DSC_4053 DSC_4054 DSC_4057 DSC_4058 DSC_4059 DSC_4060

วิวจากใต้ทะเล

DSC_4063 DSC_4062

วิวรอบรอบทะเลที่นี่

DSC_4046 DSC_4050 DSC_4066 DSC_4071

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Karatsu Station (JR Karatsu Line และ Chikuhi Line) นั่งแท๊กซี่ไปประมาณ 45 นาที
รถยนต์ส่วนตัว: ขับไปบนเส้นทาง Nagasaki Express Taku IC
รถบัส: โดยสารรถบัส Showa Bus bound ที่ไปยัง Hado Misaki ที่ศูนย์รถบัส Karatsu Oteguchi Bus Center ลงที่สถานี Hado Misaki แล้วเดินต่ออีก 5 นาที

ตรงลานจอดรถจะมีตลาดให้แวะซื้อแวะชิมของสดๆจากทะเล เราได้ลองชิม หอยวาซาริ มันสด กรอบอร่อยมาก 2 ตัว 500 เยนแน่ะ ตัวเล็กนิดเดียวเอง

DSC_4080 DSC_4084 DSC_4085IMG_6896 IMG_6895 IMG_6900

ระหว่างจะผ่านปราสาทคาราสึ (Karatsu Castle) ตอนกลางคืนเค้าว่ากันว่าจะมีแสงไฟงดงาม ในฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระและดอกฟูจิบานโดยรอบ เราก็เลยแวะแชะภาพซะหน่อย เนื่องจากเวลาน้อยเลยไม่ได้เข้าไปชมด้านใน T_T

เปิด: 9.00-17.00 น. ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็ก 200 เยน

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานีคาราสึ จากนั้นเดินต่อประมาณ 7 นาที

DSC_4088 DSC_4089 DSC_4087 DSC_4092

ระหว่างทางนั่งรถไป Kagamiyama จะผ่าน Karatsu Berger เจ้าหน้าที่จากทางซากะถามว่าจะแวะมั๊ย ทุกคนพยักหน้า 5555 มันคือเบอร์เกอร์เจ้าดังที่ต้องมาสัมผัสรสชาติมีหรือพวกเราจะพลาด ตายๆๆๆ ตั้งแต่เครื่องแลนด์นี่ปากยังไม่หยุดกินเลยนะ

DSC_4095 DSC_4098 DSC_4106 DSC_4107 DSC_4093 DSC_4105 DSC_4101

ที่ที่ประทับใจมากที่สุดของวันนี้ คือ ภูเขาวิวอลัง คะงะมิยะมะ (Kagamiyama) ถ้าวิวจะสวยขนาดนี้รู้งี้ช้านมานานแล้ว โดยภูเขาแห่งนี้ความสูงถึง 284 เมตร สามารถชมความงามของสถานที่ชื่อดังต่างๆ ของเมืองนิจิโนะมัตสึบาระ และอ่าวคารัตสึ รวมไปวิวของเกาะรอบๆได้ มีตำนานมัตสึระซาโยะฮิเมะที่กล่าวว่า ซาโยะฮิเมะจะขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อโบกผ้าให้กับคนรัก โอโทโมโนะ ซาเดะฮิโกะ ที่ออกเรือไปเกาะโจเซ็นฮันโต ภูเขาคากามิยามะจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า ฮิเรฟุริยามะ (ภูเขาโบกผ้า) บนยอดเขาคากามิยามะ เป็นหอสังเกตการณ์ที่สามารถชมวิวได้ เป็นลานสนามหญ้าสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และสามารถชมดอกไม้สวยงามต่างๆ เช่น ดอกซากุระ หรือว่าดอกสึสึจิได้

การเดินทาง: สถานี JR ฮากาตะ 90 นาที
JR สายจิกุฮิ สถานีนิจิโนะมัตสึบาระ
DSC_4111 DSC_4109  DSC_4113 DSC_4127 DSC_4129 DSC_4132 DSC_4133 DSC_4135  DSC_4137 DSC_4138 DSC_4145 DSC_4160
เคยรู้สึกมั๊ยว่าเวลามาเที่ยวเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ หมดวันซะแล้ว ที่พักคืนนี้ Forest inn imari มีออนเซ็นต์ด้วยนะเธอ เสดชั้นหล่ะ วะ ฮะ ฮ่า!!! ถึงที่พักโยนสัมภาระทุกอย่างออกจากตัวกระโดดขึ้นเตียงงีบหลับเอาแรง
DSC_4166    DSC_4170 DSC_4172 DSC_4174 DSC_4179 DSC_4180 DSC_4185 DSC_4186 DSC_4187    DSC_4210 DSC_4211 DSC_4212
เวลา 19.00 น. มีดินเนอร์ที่ห้องอาหารของโรงแรมอาหารอร่อยทุกอย่างเลย
DSC_4196
IMG_6908
ขอบอกว่าเนื้อซากะอร่อยมากค่ะ ชอบมาก สามารถกินได้ทุกมื้อเลย ต้องมากินให้ได้นะ
DSC_4204
IMG_6910
เมื่อเด็กดอยไม่ชอบกินปลาดิบ แต่ต้องกิน ผลที่ออกมาคือ ติดใจค่าาาาา ซวยละซิ
IMG_6912
หอยซาซาเอะ ย่างเนย อันนี้คืออีกเมนูที่แนะนำ
IMG_6913
เมนูไข่ตุ๋น
IMG_6915
ผักรวมเทมปุระ
IMG_6916      DSC_4201
ชอบอันนี้มาก เต้าหู้นมราดเยลลี่บ๊วย โป๊ะด้วยชาเขียวและถั่วเขียว ฟินมาก!!!
IMG_6919
กลางคืนเราไปแอบแช่ออนเซ็นผ่อนคลายเนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวัน มาดูหน้าตาออนเซ็นที่นี่กันค่ะ เค้าแบ่งเป็น 3 บ่อ มีบ่อหน้าร้อน ร้อนปานกลาง และ น้ำเย็น มีโซนล้างตัวให้ใกล้ๆกัน
IMG_6063 IMG_6062
 จบทริปวันแรกด้วยการเที่ยวและการกินแบบอิ่มหนำสำราญ ตัวจิแตกก็คราวนี้แหละ จากที่เคยคิดว่าที่ซากะ ไม่น่ามีอะไรที่น่าสนใจ แต่ปรากฏว่ามันมีอะไรที่น่าค้นหากว่าที่คิดไว้เยอะเลย

ตอนนี้ทาง SAGA มีเล่นเกมชิงตั๋วเครื่องบินไป-กลับ SAGA 2 ที่นั่ง ตอบคำถามง่ายๆ คลิ๊กเล่นเกมเลย!!! ตั๋วฟรีนะ

http://www.asobo-saga.jp/th/campaign/index.html

พูดคุยกันนะ

Facebook: https://www.facebook.com/atravelerblog/ 

IG: A_Traveler_Blog

Twitter: A Traveler Blog