เคยเจอมั๊ย เที่ยวบิน “Delay” ล่าช้าจนเบื่อ นั่งจนตูดเบี้ยว ยกมือขึ้นสุดแขน พร้อมโชว์วงแขนอันขาวเนียน เราเคยเจอ “บ่อยมาก” พอๆ กับเดินเข้าเซเว่น  เหตุเพราะเราจองตั๋วโปรข้ามปี ของสายการบิน Low Cost ไว้กลับบ้านนอก โดยปัญหาหลักๆของการล่าช้ามาจากสภาพอากาศ การซ่อมบำรุง หรือ แม้แต่การบินบ่อยเครื่องไม่ได้พัก ใครเคยเจอแบบนี้เรามีแนวทางมาแนะนำ เพื่อหลบหลีกการถูกยกเลิกเที่ยวบิน/ล่าช้าค่ะ

fly
1. ทำใจ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
เทคนิคแรกนี่โหดมากไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเลย แต่ขึ้นอยู่กับตัวเองล้วนๆ คือทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ “ทำใจ” จะว่าไปปัญหาเครื่องบินดีเลย์นี่ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยอยู่แล้ว โดยเฉาะสายการบิน Low Cost (พี่หางแดงทำอิชั้นเจ็บมาหลายรอบมาก) ล่าสุดอิชั้นไปสนามบินผิดปีค่ะ คือจองตั๋วไว้ เดือน 1 พ.ย. 59 แต่ดันไปสนามบิน 1 พ.ย. 58 อันนี้ไม่เกี่ยวกับสายการบินเลยเกี่ยวกับตรูนี่แหละเต็มๆ จุกและจ็บเบาๆ เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ให้มองรอบข้างไว้ค่ะ เพียบ!!!!! เพื่อนร่วมชะตากรรมนะคะ
2. สายการบินเล็กมักดีเลย์
โดยส่วนใหญ่จะเป็นสายการบินเล็กๆ ไปบินในสนามบินใหญ่ๆ แต่จะว่าไป Low Cost เป็นบ่อยเนื่องจากสนามบินใหญ่ๆของประเทศนั้นมักจะมีเครื่องบินลงเยอะ ทำให้การจราจรหนาแน่น เครื่องบินลงไม่ได้ หรือขึ้นไม่ได้ ฉะนั้นเน้นเลือกสายการบินใหญ่ๆไว้ก่อนค่ะอันนี้ขึ้นกับเงินในกระเป๋าอีกทีนะคะ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วสายการบินเล็ก Low Cost ตั๋วจะถูกมีโปรโมชั่นมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสายการบินใหญ่ นานๆจะมีครั้ง ตั๋วจะแพงกว่าสายการบิน Low Cost เมื่อโปรมารีบสอยค่ะ อย่าช้า กระพริบตาทีนี่หมดเลยนะคะ
3. บินเช้า ลดความเสี่ยงไฟลท์ดีเลย์
บางสายการบินอาจจะใช้เครื่องบินลำเดิมบินไปมา ภายใน 1 วัน หรือ หลายวัน ดังนั้นการเลือกเที่ยวบินเช้าก็น่าจะลดปัญหาเครื่องบินดีเลย์ได้ส่วนหนึ่ง เพราะอย่างน้อยหากเที่ยวบินเช้าล่าช้าแล้ว อย่างหวังว่าเที่ยวอื่นๆจะรอด และอีกอย่างคือถ้าหากเที่ยวบินที่เราจองไฟลท์เช้าไว้ดีเลย์เรายังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเครื่องได้เร็วกว่า
4. ตรวจสอบประวัติการดีเลย์ของสายการบิน
โดยสามารถตรวจสอบประวัติการดีเลย์ของสายการบิน และเที่ยวบินได้ที่ http://www.FlightStats.com หรือ ดาวน์โหลด App ชื่อ FlightStats มาเช็คได้ค่ะ
5. ถ้าไม่จำเป็นอย่าโหลดกระเป๋า
หลายคนคงแปลกเดินทางไกลทำไมถึงไม่โหลดกระเป๋า กรณีนี้เหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ค่ะ เช่นเที่ยวบิน กรุงเทพ – เชียงใหม่ ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องโหลดกระเป๋าเนื่องจากว่า การที่เราโหลดกระเป๋า หากเกิดปัญหาเครื่อบินดีเลย์แล้วอาจจะต้องเสียเวลาในการเคลื่อนย้ายกระเป๋าอีก แต่หากเราไม่โหลดกระเป๋าจะสบายตัวกว่าค่ะ ไม่ต้องขนของเยอะ บางคนอาจจะหงุดหงิดกับปัญหาเครื่องดีเลย์แล้ว ต้องการหงุดหงิดกับปัญหาการย้ายของอีก
6. นอนสนามบินเลยดีกว่า
อันนี้ส่วนใหญ่ชาวต่างชาติ และ Backpacker จะทำออกแนวฮาร์ดคอร์เล็กน้อย แต่ลองดูค่ะครั้งหนึ่งในชีวิตประหยัดค่าโรงแรมไป 1 คืน ไหนๆก็ดีเลย์แล้ว แต่กรณีเครื่องบินดีเลย์นั้นบางสายการบินเค้าจะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ค่ะ สรุปมาคร่าวๆดังนี้ค่ะ
-ดีเลย์เกิน 2 ชั่วโมง ผู้โดยสารควรได้รับการดูแลเรื่อง อาหารเครื่องดื่ม หรือโทรศัพท์
-ดีเลย์เกิน 3 ชั่วโมง สายการบินเสนอผู้โดยสารเลือกว่าจะรับเงินคืนเต็มจำนวน หรือ เลื่อนไฟลท์ได้ 7 วัน หรือ หาไฟล์ทที่เร็วที่สุดให้ผู้โดยสาร
-ดีเลย์เกิน 1 วัน ผู้โดยสารมีสิทธิได้รับการดูแลเรื่องที่พักแรก และ เดินทางระหว่างที่พักไปสนามบิน
7. โทรเข้าคอลล์เซ็นเตอร์ของสายการบิน
เมื่อเครื่องบินดีเลย์รอบข้างมักจะบ่นนู่นนั่นนี่ เราก็เช่นกัน คนร้อยแปดพันเก้าจะมุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์ Check in ต่างมุ่งไปหาคำตอบว่าทำไม เพราะอะไร เราอาจจะปลีกตัวออกมาสวยๆ แล้วโทรเข้า Call Center (บางทีรอสายนานมาก) เพื่อสอบถามแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้ค่ะ
ทุกเส้นทางล้วนมีปัญหาที่ทำให้เราต้องแก้ไข และ ผ่านมันไปให้ได้ การเดินทางก็เช่นกัน เพราะโลกกว้างรอเราอยู่ข้างหน้า

 

พูดคุยกันได้ที่ : https://www.facebook.com/atravelerblog/

IG: A_Traveler_Blog

Twitter: A Traveler Blog

114119qqvjhunjtuuu7qjq

ขอบคุณภาพจาก Google

Advertisements